ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง

             ในวันศุกร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. นางสุกานดา วรเชษฐบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมด้วยนายสุเมธ ธีรนิติ ปลัดจังหวัดสมุทรสงคราม นายประโชติ นิลรัตน์ เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรลงพื้นที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงชันโรง เลขที่ ๘๐/๑๔ หมู่ที่ ๔ ซึ่งมีนายวสันต์ ภูผา เป็นประธานกลุ่มแปลงใหญ่ชันโรง 

 

นายวสันต์ ภูผา กล่าวว่า แต่เดิมเคยเลี้ยงในครอบครัวทำมากว่า ๒๐ ปี จนมีความเชี่ยวชาญด้านเลี้ยงชันโรงมีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศแต่กว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องชันโรงและมีศูนย์สาธิตเพาะเลี้ยงผึ้งจิ๋วแห่งใหญ่นี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องจิ๋วๆ“ชันโรงเป็นแมลงที่มีอยู่ในธรรมชาติ ตามบ้านเรือนไทยก็มี คนสมัยก่อนไม่ชอบชันโรงเพราะว่ามันดุ จะกัด แต่ไม่มีเหล็กในนะ และยางจากชันโรงจะเลอะเทอะตามบ้าน แต่ปัจจุบันคนเริ่มหันมาเลี้ยงเพื่อผสมเกสรและขายน้ำผึ้ง ก่อนที่จะมาทำเป็นอาชีพหลักนั้น เคยเลี้ยงเพื่อผสมเกษรในส่วนส้มโอได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ จึงเริ่มศึกษาหาความรู้จากอาจารย์หลายมหาวิทยาลัย และลองทำเรื่อยมาจนประสบความสำเร็จกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้สามารถเลี้ยงครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งปัจจุบันมารวมกลุ่มกับเกษตรกรในพื้นที่ที่สนใจมาทำเป็นแปลงใหญ่ ถ่ายทอดวิชาให้กับผู้ที่สนใจนำไปประกอบอาชีพ

สิ่งที่สำคัญลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมี สามารถเพิ่มมูลค่าและผลผลิตติดผลมากขึ้น และน้ำหวานก็สามารถนำมาจำหน่ายได้ในราคากิโลกรัมละ ๑,๕๐๐ บาท กลุ่มมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สำคัญมีตลาดรองรับแน่นอน ปัจจุบันเพิ่งรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ได้ ๑ ปี มีสมาชิก ๔๐ คน สิ่งที่ต้องการให้ทางภาครัฐช่วยเหลือ คือเครื่องไล่ความชื้น ความยั่งยืนในการมี อย.รับรอง รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่และรับทราบปัญหาของเกษตรกร ได้มอบหมายให้ทางเกษตรจังหวัดประสานคณะทำงานพัฒนาจังหวัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  เพราะกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีคณะกรรมการฯ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และจัดประชุมประเด็นปัญหาดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรง เพราะเป็นอาชีพที่ดีลงทุนน้อยรายได้สูง

ลิงค์ที่น่าสนใจ






กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม

โทร ๐ ๓๔๗๑ ๓๓๐๙